รวมเหตุการณ์ที่น่าสนใจในศึกโตโยต้า ลีกคัพ 2019

พีที ประจวบ เอฟซี  ufa1688  สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ผงาดได้แชมป์โตโยต้า ลีกคัพ 2019 หลังโค่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงได้ แต่มีเหตุการณ์ใดอีกบ้างที่น่าจดจำสำหรัลลีกคัพปีนี้ ติดตามได้ที่นี่

สโมสรไทยลีก 1 ตกรอบเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์

การแข่งขันโตโยต้า ลีกคัพ 2019 เริ่มต้นเพียงรอบ 32 ทีม ก็เกิด Stats ใหม่ขึ้นมาทันที เมื่อสโมสรในลีกสูงสุด(โตโยต้า ไทยลีก) ตกรอบเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ทีเดียวถึง 9 ทีม ซึ่งมากกว่าเมื่อปี 2017 ที่เวลานั้นมีจำนวน 7 ทีม พร้อมกัน

โดยสโมสรที่จอดป้ายเพียงรอบ 32 ทีม ได้แก่ การท่าเรือ เอฟซี , เชียงใหม่ เอฟซี , ชลบุรี เอฟซี , ตราด เอฟซี , สุพรรณบุรี เอฟซี , นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และ พีทีที ระยอง เอฟซี ที่พากันตกรอบถ้วนหน้าด้วยน้ำมือของสโมสรในลีกต่ำกว่าทั้งสิ้น รวมถึง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ ยุน จอง ฮวาน ผู้จัดการทีมชาวเกาหลีใต้ก็หนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน โดยเวลานั้น กิเลนผยอง รั้งบ๊วยของตารางโตโยต้า ไทยลีก 2019 ผลงานยังไม่กระเตื้องทั้งในลีก และฟุตบอลถ้วย ก่อนจะตกรอบด้วยการพ่าย โปลิศ เทโร เอฟซี จาก ไทยลีก 2 แบบฉิวเฉียด 0-1

แต่ที่เซอร์ไพรส์ มหาวิทยาลัยธนบุรี ที่สู้กับ สมุทรปราการซิตี้ ได้อย่างยอดเยี่ยมจนต้องลุ้นถึงฏีกา และพวกเขาทำได้ดีกว่าจนสามารถล้มยักษ์ลงได้ทั้งที่เวลานั้น ทัพเขี้ยวสมุทร คือทีมที่กำลังขยับขึ้นมาลุ้นอันดับหัวตารางของไทยลีก 1 ด้วยซ้ำ

แกรนด์อันดามัน ม้ามืดแดนใต้

ทีมเล็กล้มยอดทีมกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่เคยขาดหายไปสำหรับการแข่งขันฟุตบอลถ้วย เช่นเดียวกับศึกโตโยต้า ลีกคัพ 2019 ที่มีหนึ่งทีมจากลีกล่างงัดฟอร์มอันร้อนแรงสร้างเซอร์ไพรส์จนผ่านเข้ารอบลึกๆด้วยผลงานไม่ธรรมดา นั่นคือ แกรนด์อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด สโมสรจาก ออมสิน โปรลีก (ไทยลีก 3)

ผลงานของ ฉลามอันดามัน ประเดิมด้วยการเฉือน เมืองคอน ดับบลิว ในรอบแรก 3-2 ก่อนที่รอบต่อมาจะชนะ ตรัง 2-1 และรอบเพลย์ออฟชนะ อุบล ยูไนเต็ด 1-0 ซึ่งแม้จะเป็นการเก็บชัยแบบฉิวเฉียดไม่ได้ขาดลอย แต่ผลงานของพวกเขาสม่ำเสมอจนผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีม ได้สำเร็จ ซึ่งต้องเจอทีมจากลีกสูงสุดอย่าง พีทีที ระยอง เอฟซี ทว่ายอดทีมจากแดนใต้กลับเอาชนะไปไดด้วยสกอร์ 1-0

ความดุดันของ ฉลามอันดามัน ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เมื่อรอบ 16 ทีม เฉือน สุโขทัย 1-0 พร้อมกับถูกยกให้เป็นจอมล้มยักษ์ประจำลีกคัพ 2019 พวกเขาสร้างผลงานสุดเซอร์ไพรส์ และกลายเป็นสโมสรเดียวจากออมสิน โปรลีก ที่สามารถผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีม สุดท้าย หนองบัวพิชญ

ในรอบดังกล่าวประกอบไปด้วย 3 ทีมดังจากไทยลีก 2 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด , หนองบัวพิชญ เอฟซี และ โปลิศ เทโร เอฟซี พร้อมด้วย 4 ทีมจากไทยลีก 1 คือ พีที ประจวบ เอฟซี , สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด , ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ที่สุดแล้วความร้อนแรงของ ฉลามอันดามัน ก็ถูกหยุดด้วยความเด็ดขาดของ หนองบัวพิชญ เอฟซี แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่พวกเขาก็ทำให้ พญาไก่ชน ออกแรงเหนื่อย เมื่อกลายเป็นฉลามตายยาก เพราะต้องยื้อจนถึงดวลลูกโทษตัดสินกว่าที่ หนองบัวพิชญ จะเก็บชัยชนะได้

แชมป์เก่าไม่ถึงฝัน

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กลายเป็นสิงห์บอลถ้วยเมื่อผลงานก่อนหน้านี้พวกเขาสามารถคว้าทั้งแชมป์ ช้างเอฟเอ คัพ และ โตโยต้า ลีก คัพ มาครองได้สำเร็จ โดย กว่างโซ้งฯ หมายมั่นปั้นมือต้องการป้องกันโทรฟีลีก คัพ เอาไว้ให้ได้อีกสมัย

ยอดทีมจากเมืองเหนือประเดิมผลงานยอดเยี่ยมถล่ม ขอนแก่น เอฟซี จากไทยลีก 2 ด้วยสกอร์ 4-0 ก่อนจะกด สุราษฏร์ธานี ซิตี้ ทีมจากไทยลีก 4 ในรอบ 16 ทีม 5-2 โดยในรอบ 8 ทีม สุดท้ายเป็นการพบกันระหว่างแชมป์เก่า และรองแชมป์เก่า เมื่อโคจรมาพบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งเกมดังกล่าว ทัพกว่างโซ้ง เดินเกมลุกได้ดีกว่าชัดเจน โดยได้ประตูชัยจาก เอกนิษฐ์ ปัญญา เอาชนะ 1-0

ทุกอย่างไปได้สวยหนทางป้องกันแชมป์เป็นไปได้สูงที่จะทำสำเร็จ ทว่าในรอบรองชนะเลิศกลับถูกดับฝันด้วยน้ำมือของ พีที ประจวบ เอฟซี โดยช่วงท้ายเกม กว่างโซ้งฯ ตามหลังคู่แข่ง 2-3 ก่อนที่ พีรพงษ์ พิชิตโชติรัตน์ จะปั่นฟรีคิกเสียบเสาเสมอ 3-3 ต่อลมหายใจได้หวุดหวิด

ช่วงต่อเวลาพิเศษต่างฝ่ายต่างปรับแทคติกเต็มที่เพื่อเข้ารอบต่อไป แต่จบ 120 นาที ยังยิงประตูกันไม่ได้จนต้องดวลลูกโทษตัดสิน ท้ายที่สุดเป็น ต่อพิฆาต ที่เด็ดขาดกว่าชนะไป 4-3 และนับเป็นฝันร้ายของสาวก เชียงราย รวมถึง ไอล์ตัน ซิลวา กุนซือของทีม เพราะความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้พวกเขาตกรอบบอลทั้ง 2 รายการภายในระยะเวลาอาทิตย์เดียว…

ปิดฉากด้วยตำนานบทใหม่

ไม่มีใครคาดคิดว่าโตโยต้า ลีกคัพ 2019 จะถูกบันทึกด้วยแชมป์หน้าใหม่อย่าง พีที ประจวบ เอฟซี…

โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เพิ่งพา ต่อพิฆาต โลดแล่นบนลีกสูงสุดเป็นฤดูกาลที่ 2  ด้วยสภาพทีมที่ไม่ได้มีดาวดัง ทั้งยังเป็นฤดูกาลที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลักๆโดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้าที่พวกเขาต้องเสียทั้ง โจนาธาน เฮส และ ลอนซานา ดุมบูยา ไปทีเดียวพร้อมกัน แม้จะได้ แฮร์ริสัน ไคออน และ มัทเธอุส อัลเวส มาช่วยกอบกู้ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องแยกย้ายในเลก 2  นี่คือจุดเปลี่ยนที่ส่งผลกระทบมหาศาลต่อ ประจวบ เอฟซี

การขาดตัวจบสกอร์ที่ดีทำให้เกมรุกเริ่มฝืดเคือง แต่รูปแบบการทำทีมของ ต่อพิฆาต สามารถพยุงทีมขึ้นมาได้อีกครั้ง อย่างที่รู้กัน โค้ชวัง ตัดสินใจคว้าแข้งมากประสบการณ์อายุแตกหลัก 30 มาร่วมทีมตั้งแต่ปีแรกเพื่อผสมผสานกับแข้งวัยทีน โดยมีสิ่งที่เรียกว่า สปิริต เป็นกาวชั้นดี นั่นทำให้ ต่อพิฆาต ยังน่ากลัวเสมอสำหรับคู่แข่ง

ศึกโตโยต้า ลีกคัพ 2019 พีที ประจวบฯ เริ่มต้นได้ดีพวกเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งทั้ง ราชนาวี , มหาวิทยาลัยธนบุรี และ โปลิศ เทโร เอฟซี โดยไม่ต้องลุ้นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนจะมาเจองานหนักรอบรองชนะเลิศเมื่อโคจรดวลแชมป์เก่าอย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และที่เสียหายกว่านั้นผู้รักษาประตูทั้งมือหนึ่งมือ 2 อย่าง ขวัญชัย สุขล้อม และ ณัฐพงษ์ ขจรมาลี ต่างมีอาการเดี้ยงทำจำเป็นจะต้องใช้มือสามอย่าง หัสชัย แสนกล้า ลงเฝ้าเสาแทน แต่ทุกอย่างเหมือนเป็นใจเมื่อนายด่านมือสามสามารถเซฟลูกยิงของ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ช่วยให้ทีมดวลจุดโทษชนะแชมป์เก่า 7-6 ลิ่วสู่นัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ และต้องพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

“เราอาจไม่เคยชนะพวกเขา แต่อย่างน้อยเราก็จะเป็นคู่แข่งที่สูสีสำหรับเขา  Stats มีไว้ทำลาย ครั้งนี้ผมอาจชนะพวกเขาก็ได้” โค้ชวัง กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกม โดย Stats ก่อนหน้านี้ ต่อพิฆาต ยังไม่เคยเอาชนะ ปราสาทสายฟ้า ได้เลยสักครั้ง ฟันธงว่าสภาพทีมเป็นรองรวมถึงขนาดของทีมที่ ประจวบ ไม่ได้มีให้เลือกใช้มากมายนัก ขณะที่ บุรีรัมย์ ล้วนอุดมไปด้วยแข้งฝีเท้าดีล้นทีม

ยอดทีมจากเมืองสามอ่าวหมดสิทธิ์ใช้งานผู้เล่นอย่าง จิตปัญญา ทิสุด , นัสตพล มาลาพันธ์ และผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ขวัญชัย สุขล้อม ในนัดชิงชนะเลิศ ทั้งกุนซือ ต่อพิฆาต รู้ดีว่าหากจะคว้ำชนะ บุรีรัมย์ ต้องพยายามปิดเกมใน 90 นาทีเท่านั้น เพราะหากยื้อเยื้อกว่านี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียเอง แต่เมื่อสัญญาณนกหวีดเริ่มต้นขึ้นแข้งประจวบ เอฟซี ใส่เต็มที่จนสามารถบดยักษ์ใหญ่ได้สนุกจนเสมอในเวลา 1-1

สปิริตคือสิ่งสำคัญที่ลูกทีมของโค้ชวังแสดงให้เห็นตลอดทั้งเกม แม้เกมจะยืดเยื้อจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษที่เดิมทีที่คาดหมายว่า บุรีรัมย์ จะได้เปรียบ แต่พลพรรคแข้งประจวบยังสามารถช่วยป้องกันเกมลุกของคู่แข่งไว้ได้เหนียวแน่น

โดยการแข่งขันต้องตัดสินดวลการดวลลูกโทษ ซึ่ง ประจวบ สร้างเซอรไพรส์เรื่อยๆเมื่อยิงได้แม่นกว่าเอาชนะไป 9-8 คว้าแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ กลายเป็นค่ำคืนสุดมหัศจรรย์ของ พีที ประจวบ เอฟซี และเป็นถ้วยแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ ใบแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *