กาเบรียล มากัลญาเอส กลายเป็นเซนเตอร์แบ็กรายที่ 5 ที่ย้ายเข้าสู่ อาร์เซน่อล

หลังพ้นยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ และทำให้ช่วงฤดูร้อนปีนี้ คือปีที่ 3 ติดต่อกัน ที่ทีมปืนใหญ่ต้องเสริมนักเตะใหม่ที่เล่นตำแหน่งกองหลังตัวกลาง
ปี 2018 พวกเขาทุ่มเงิน 17.6 ล้านปอนด์ คว้า โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ปี 2019 พวกเขาทุ่มเงิน 27 ล้านปอนด์ ดึงตัว วิลเลี่ยม ซาลิบา มาจาก แซงต์-เอเตียน โดยให้ทีมเดิมยืมใช้งานต่ออีกปี ก่อนจะทำฮือฮาด้วยการควักอีก 8 ล้านปอนด์ กระชาก ดาวิด ลุยซ์ จากคู่ปรับร่วมเมืองอย่างสิงห์สำอาง   ufa1688
แม้กระทั่งเปลี่ยนกุนซือจาก อูไน เอเมรี่ มาเป็น มิเกล อาร์เตต้า โค้ชหนุ่มจากแดนกระทิงดุยังไปดีล ปาโบล มารี กองหลังสแปนิชมาจาก ฟลาเมงโก้ มาแบบยืมตัวตั้งแต่เดือนมกราคม ก่อนจะตัดสินใจซื้อขาดอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ยังไงก็ตาม การทุ่มเงินอีก 26 ล้านยูโร (23.14 ล้านปอนด์) เพื่อคว้า กาเบรียล มาจาก ลีลล์ โดยเซ็นสัญญายาว 5 ปี พร้อมมอบเสื้อเบอร์ 6 ที่เคยเป็นของอดีตกัปตันอย่าง โทนี่ อดัมส์ และ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ให้สวมใส่ น่าจะเป็นการแสดงออกให้เห็นชัดในระดับหนึ่ง… 
ว่าดาวเตะชาวบราซิเลียนรายนี้คือเซนเตอร์ที่ อาร์เตต้า วางตัวให้เป็นกุญแจสำคัญที่จะมายกระดับแนวรับทีมในระยะยาวอย่างแท้จริง
___________________________
“เอดู (ผู้อำนวยการเทคนิควิธีของไอ้ปืนใหญ่) ได้คุยกับผมหลายครั้งเกี่ยวกับไอ้ปืนใหญ่ และโปรเจ็กต์ใหม่ของสโมสร เรามีบทสนทนาที่ดีเยี่ยมมากมาย ยิ่งวันเวลาผ่านไป ผมยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับมันมาก”
“ต่อไปผมได้รับโทรศัพท์จากโค้ช (อาร์เตต้า) และนั่นยิ่งทำให้ผมมั่นใจมากยิ่งขึ้น”
กาเบรียล พูดในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกกับสำนักข่าวของสโมสร หลังเปิดตัวเป็นดาวเตะคนใหม่ล่าสุดของ เดอะ กันเนอร์ส 
เขาชี้ว่าการที่เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นคนสำคัญของ อาร์เตต้า นั่นคือเหตุผลหลักที่เขาเลือกมาค้าแข้งที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทั้งที่ทีมอย่าง นาโปลี และ ปีศาจแดง ก็ให้ความสนใจ
“การที่มีโค้ชโทรมาหาคุณด้วยตัวเอง เพื่อพูดว่าเขาต้องการคุณในทัพของเขา มันคือแรงกระตุ้นคุณอย่างมหาศาล และนั่นคือเหตุผลที่แท้จริงที่ผมมาอยู่ที่นี่ในวันนี้”
“เราไม่ได้เจรจากันเรื่องรายละเอียด เขาแค่บอกผมว่าเขารู้ดีในเรื่องคุณสมบัติ, ความสามารถของผม และผมจะไปได้อีกไกลแค่ไหน เขายังบอกด้วยว่าเขาคาดหวังกับผมมาก”
“ผมรู้ว่าเขาคือโค้ชที่ยอดเยี่ยม และผมจะยิ่งก้าวหน้าขึ้นด้วยความช่วยเหลือของเขา”
จากคำบอกเล่าของ มาร์กินโญส อดีตกองหลังรุ่นพี่เพื่อนร่วมทีมอาไว (คนละคนกับที่อยู่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง นะครับ) ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง ดิ แอธเลติก กล่าวว่า กาเบรียล คือผู้เล่นที่มีความพิเศษมาตั้งแต่ยังเป็นวัยทีนเอจ 
ความจริงก็คือ กาเบรียล มากัลญาเอส เซ็นสัญญาเป็นดาวเตะอาชีพตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี และก้าวขึ้นเป็นตัวหลักของ อาไว ตั้งแต่อายุยังไม่ทันครบ 19 ปีด้วยซ้ำ
มาร์กินโญส เล่าว่า ในสมัยที่ กาเบรียล ยังเป็นแข้งดาวรุ่งของ อาไว กองหลังตัวใหม่ทีมปืนโตเคยสูญเสียเพื่อนสนิทที่เปรียบเสมือนพี่ชายก่อนเกมนัดสำคัญกะทันหัน ที่จะต้องเปิดบ้านพบกับ บรากันติโน่ ในศึก บราซิเลียน เซเรีย บี
“ก่อนคิกออฟ ผมถามเขาว่าเขาแน่ใจนะว่าพร้อมลงเล่นยังไง้ปัญหา พวกเราทุกคนต่างรู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์ เพราะพวกเราจินตนาการได้ถึงสิ่งที่เขากำลังจะต้องเผชิญ”
“แต่เขาพูดว่า “ไม่ต้องห่วง ผมสบายดี” นี่คือสิ่งที่เพื่อนผมน่าจะต้องการ เขาชอบดูผมลงเล่นผ่านโทรทัศน์ และเขาจะดูผมจากข้างบนในวันนี้”
สุดท้ายเกมนั้น กาเบรียล ช่วยให้ อาไว คว้าชัยชนะด้วยสกอร์ 2-0 โดยที่ตัวเขาเติมขึ้นไปทำประตูที่ 2 ได้จากจังหวะเตะมุม 
“นี่คือนักเตะอายุแค่ 18-19 เองนะ เขาโชว์ให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ที่แข็งแกร่ง ที่นักเตะอายุ 30 กว่าๆ ส่วนมากไม่สามารถเทียบได้”
“การเสียเพื่อนสนิทมันคือเรื่องซีเรียสสำหรับเขา แต่เขาสตรองมาก เขาไม่ปล่อยให้อะไรทำให้ตัวเองดิ่งลง เขาคือสุดยอดดาวรุ่ง” มาร์กินโญส พูดถึงเขาไว้แบบนั้น
ในปี 2016 อาไว คว้ารองแชมป์ เซเรีย บี ของบราซิล จึงได้โควตาเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดฤดูกาล 2017 และนั่นทำให้ชื่อของ กาเบรียล มากัลญาเอส ไปเตะตาแมวมองของสโมสรในยุโรป
วันที่ 31 มกราคม 2017 กาเบรียล จึงได้เซ็นสัญญาย้ายไปอยู่กับ ลีลล์ ด้วยค่าตัว 3 ล้านยูโร 
มีรายงานว่าช่วงที่เขาย้ายไปฝรั่งเศส ตัวเขาเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสด้วยตัวเอง และพยายามให้สัมภาษณ์กับสื่อแดนน้ำหอมด้วยการสปีกเฟร้นช์เสมอ เพื่อช่วยให้ตัวเองปรับตัวเข้าในการใช้ชีวิตในยุโรปให้ได้โดยเร็วที่สุด
___________________________
ยังไงก็ตาม แม้ว่า ลีลล์ จะซื้อตัวเขาตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 แต่กว่าที่ กาเบรียล มากัลญาเอส จะได้โอกาสลงสนามใน ลีก เอิง อย่างเรื่อยๆจริงๆ จังๆ ก็ต้องรอจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงต้นปี 2019
ช่วงราวๆ 18 เดือนแรกที่ไปอยู่กับ ลีลล์ เขาไม่มีตำแหน่งให้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ จึงต้องถูกส่งให้ทีมใน ลีก เดอซ์ อย่าง ทรัวส์ และทีมในโครเอเชียอย่าง ดินาโม ซาเกร็บ ยืมตัวไปใช้งาน 
ซีซั่น 2017-18 กาเบรียล ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เล่นให้ทีมไหนก็ตาม ณ เวลานั้นถ้าใครบอกล่วงหน้าว่านี่จะกลายเป็นผู้เล่นที่หลายสโมสรในยุโรปอยากได้ คงบ้าไปแล้วแน่ๆ
ฤดูกาล 2018-19 ลีลล์ ตัดสินใจเก็บเขาไว้เป็นอะไหล่ในทีมชุดใหญ่ แต่ก็ยังต้องรอคอยโอกาสในฐานะตัวสำรองไปก่อน จากการที่ โชเซ่ ฟอนเต้ กับ อดาม่า ซูมาโอโร่ ยึดตำแหน่งตัวจริงไว้ก่อนแล้ว
แต่อาการเดี้ยงของ ซูมาโอโร่ ในช่วงต้นปี 2019 กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ กาเบรียล ได้ลงปล่อยของ และพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่เป็นรองรุ่นพี่คนไหนในถิ่น สต๊าด ปิแอร์-โมรัว ทั้งนั้น
ในเดือนกุมภาพันธ์จนถึงมีนาคม 2019 ลีลล์ ส่ง กาเบรียล มากัลญาเอส ลงสนามเป็นตัวจริงใน ลีก เอิง 6 เกมติดต่อกัน โดยไม่เปลี่ยนตัวเขาออก
จาก 6 เกมที่ว่า ลีลล์ เก็บคลีนชีตถึง 4 นัด โดนยิงแค่ 2 ประตู ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทีมโดนเจาะตาข่ายไปถึง 22 ประตูจาก 23 เกมแรก
ส่วนประตูแรกในการค้าแข้งที่ฝรั่งเศส เกิดขึ้นในการพบกับทีมที่แกร่งที่สุดของประเทศอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง 
กาเบรียล ถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นในครึ่งเวลาหลังของเกมที่พบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2019 ซึ่งก่อนที่เขาจะได้ลงสนาม สกอร์ยังเสมอกัน 1-1
แต่หลังจากดาวเตะชาวบราซิเลียนถูกเปลี่ยนลงไป แนวรับของทีมก็ดีขึ้น ต่อเกมจากแดนหลังได้แน่นอนขึ้น ก่อนที่ กาเบรียล จะเติมขึ้นไปโขกประตูนำห่าง 4-1 จากจังหวะเตะมุม ซึ่งคนเปิดเข้าหัว กาเบรียล ในตอนนั้นคือปีกที่เขากำลังจะได้ร่วมงานด้วยอีกครั้งอย่าง นิโกล่าส์ เปเป้ 
เกมที่ทำให้ กาเบรียล มากัลญาเอส เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็คือชัยชนะเหนือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 5-1 วันนั้นนั่นแหละ
___________________________
ผลงานของ กาเบรียล มากัลญาเอส ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นไปอีก จากการที่การันตีตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กตัวหลักเต็มตัว ฤดูกาล 2019-20 
กองหลังที่เกิดในเมือง เซา เปาโล ลงเป็นตัวจริงถึง 24 นัดจากทั้งหมด 28 เกมที่ ลีลล์ ลงเตะ ลีก เอิง ฤดูกาลที่แล้ว (ก่อนถูกตัดจบเพราะโควิด-19) พร้อมกับทำ Stats ที่น่าทึ่งมากมาย
จุดแข็งอันดับหนึ่งที่ทำให้ กาเบรียล แตกต่างจากการเป็นเซนเตอร์แบ็กทั่วไป ก็คือการเป็นกองหลังจอมผ่านบอลที่ยอดเยี่ยม
เขาผ่านบอลเข้าเป้าทั้งหมด 1,219 ครั้ง หากนับรวมผู้เล่นทุกตำแหน่งของ ลีก เอิง ซีซั่นที่แล้ว เขารั้งอันดับ 13 ของ Stats ดังกล่าว
และจากทั้งหมด 1,219 ครั้งที่ว่า เป็นการผ่านบอลสำเร็จในแดนฝั่งตรงข้ามถึง 255 หน ซึ่งไม่มีกองหลังคนไหนผ่านบอลเข้าเป้ามากกว่าเขาอีกเลย 
ทีเด็ดในการออกบอลของเขาไม่ใช่การแปะสั้นๆ เหมือนกองหลังโดยมาก แต่เป็นการวางบอลยาวขึ้นหน้า เขาสามารถเปิดด้วยวิถีเป็นเส้นแทยงมุมได้ดี และจะช่วยเพิ่มความอันตรายในการโจมตีของ ไอ้ปืนใหญ่ ที่มักโจมตีเร็วด้วยการใช้ความเร็วของตัวริมเส้นได้แน่
นอกต่อไปแล้ว ด้วยส่วนสูง 190 เซนติเมตร ที่น้อยกว่าแข้งหน้าใหม่อย่าง วิลเลี่ยม ซาลิบา กับ ปาโบล มารี เพียง 2 คน พร้อมกับ Stats ชนะดวลลูกกลางอากาศใน ลีก เอิง ฤดูกาลที่แล้วเฉลี่ยนัดละ 3.6 ครั้ง น่าจะทำให้ กาเบรียล ช่วย ไอ้ปืนใหญ่ ป้องกันลูกกลางอากาศได้ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *