10 นักเตะสุดยอดการเซ็นสัญญาของ อาร์เซนอล ช่วงปี 2010 – 2020

“ปืนใหญ่” ไอ้ปืนใหญ่ ทีมยักษ์หลับสนิทไม่ยอมตื่นจากกรุง ลอนดอน ประเทศ  England  โลดแล่น  Premier League  ลีกสูงสุดของ เมืองผู้ดี มาอย่างยาวนาน เป็นทีมที่มีเกียรติประวัติและถ้วยแชมป์อย่างมากมาย เคยสร้างประวัติศาสตร์สามารถคว้าแชมป์ไร้พ่ายในฤดูกาล 2003/2004 ซึ่งเป็นสมัยสุดท้ายของสโมสรจวบจนทุกวันนี้ เคยมีแข้งสตาร์ชื่อคุ้นหูหลายรายตบเท้าเข้ามาร่วมทีมพร้อมร่วมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ให้กับสโมสรในถิ่นลอนดอนเหนืออย่างมากมาย โดยวันนี้ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นชาว กันเนอร์ส คนหนึ่งที่รักสโมสรแห่งนี้อย่างสุดหัวใจ ได้ทำการรวบรวม 10 นักเตะสุดยอดการเซ็นสัญญาของสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ ในช่วงปี 2010 ถึงปี 2020 ทุกวันนี้ ซึ่งเป็นยุคที่หลายท่านน่าจะพอจำกันได้ โดยนักเตะที่ผู้เขียนได้จัดอันดับนั้น อ้างอิงจากความสม่ำเสมอของผลงานการลงเล่นในสนาม การเป็นส่วนสำคัญของทีมและความคุ้มค่าของราคา ฝีเท้า เป็นหลัก ส่วนจะเป็นดาวเตะคนไหนบ้าง จะตรงใจท่านผู้อ่านหรือไม่ เชิญอ่านและร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลยครับ

10. กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (Gabriel Martinelli) ศูนย์หน้า ดาวรุ่ง วัย 18 ปี
ศูนย์หน้าวอนเดอร์คิด วัย 18 ปี สัญชาติ บราซิล เชื่อสาย อิตาลี ถูกซื้อตัวมาในช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ด้วยราคาประมาณ 6 ล้านปอนด์ จาก อิตูเอโน สโมสรในลีกบราซิล จากความเห็นชอบของ อูไน เอเมอรี่ กุนซือคนเก่าของ ไอ้ปืนใหญ่ ที่ทิ้งไว้ให้เป็นมรดก ถือว่าเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญายอดเยี่ยมคนหนึ่งของสโมสร เพราะย้ายมาในฤดูกาลแรกก็สามารถโชว์ฟอร์มสุดปังให้ทัพ “ปืนใหญ่“ได้ในทันที โดยลงเล่นไปแล้ว 26 นัด ยิงประตูไป 10 ประตู พร้อมกัน พร้อมสร้าง Stats  เป็นหนึ่งในผู้เล่นอายุไม่ถึง 20 ปีที่ทำประตูสูงสุดใน 5 ลีกยักษ์ใหญ่ของยุโรปได้ในฤดูกาลนี้ ตัวเขามีความเร็วและมีความเฉียบคมในการทำประตูอย่างมาก ยิงก็ดี โหม่งก็ได้ ล่าสุดในช่วงล็อกดาวน์ ตัวเขาบอกภาพความฟิตของร่างกายที่ดูแข็งแกร่งขึ้นไปอีกจากตอนที่ย้ายมาดูผอมบางไปหน่อย ยิ่งได้รับโอกาสลงเล่นในสนาม ยิ่งเล่นได้ดีจน โรนัลดินโญ่ เพย์เมกเกอร์ตำนานทีมชาติบราซิล ยังเอ่ยปากชมว่า “มาร์ตี้” มีลีลาการเล่นคล้าย โรนัลโด้(บราซิล) ในช่วงวัยเดียวกัน รวมถึง เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ กุนซือ หงส์แดง ยังเอยปากชมว่าอยากได้ตัวไปร่วมทีม เรียกได้ว่าเส้นทางการค้าแข้งของตัวเขามีอนาคตสดใสอย่างมาก สำหรับหนุ่มน้อย วัย 18 ปีรายนี้ มีสัญญากับอยู่โยงในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถึงปี 2024 แฟนปืนใหญ่อย่างพวกเราก็ได้แต่หวังว่า เขาจะสามารถระเบิดฟอร์มเป็นตัวหลักอยู่โยงกับ ไอ้ปืนใหญ่ ไม่ย้ายทีมออกไปไหน

เหล่าพลพรรค เดอะ กันเนอร์ส หวังว่าเจ้าหนู “มาร์ตี้“จะโชว์ฟอร์มสุดยอดอย่างสม่ำเสมอ ไม่เจ็บและไม่ย้าย

เช็คฟอร์มเจ้าหนู มาร์ติเนลลี่ ในฤดูกาลนี้
9. แบรนด์ เลโน่

แบรนด์ เลโน่ (Bernd Leno) จอมหนึบของ วัย 28 ปี
Photo : Inter News Cast
นี่คือผู้รักษาประตูรายเดียวที่ติดในท็อปลิสต์นี้ ไอ้ปืนใหญ่ ในยุคการคุมทัพของ อูไน เอเมรี่ กุนซือชาวสเปน อันเป็นที่รักของกองเชียร์ ได้เซ็นสัญญาซื้อตัว แบรนด์ เลโน่ ผู้รักษาประตู ทีมชาติเยอรมัน จากทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในเดือนมิถุนายน ปี 2018 ทุกวันนี้อายุ 28 ปี ยังมีสัญญาอยู่กับทีมถึงปี 2023 นับตั้งแต่ย้ายมาตัวเขาสามารถโชว์ฟอร์มหนึบสุดประทับใจ แม้จะมีความผิดพลาดส่วนตัวบ้างบางนัดก็ตาม โดยเฉพาะฤดูกาลนี้ที่เป็นฤดูกาลที่ 2 ของตัวเขา เลโน่ ช่วยเซฟประตูสำคัญให้กับ “ปืนใหญ่” ได้หลายลูก แถมบางนัดเซฟจนมือแทบมีแสงออกมาแล้ว  Stats ทุกวันนี้ของ เลโน่ ลงสนามทั้งหมด 66 นัด เสียไป 83 ประตู เก็บคลีนชีทได้เพียงแค่ 17 นัดเท่านั้น ซึ่ง Stats อาจจะดูไม่ค่อยดีนัก แต่หากได้ชมฟอร์มของตัวเขาทุกนัดและได้เห็นฟอร์มกองหลังของทีม ปีนใหญ่ ที่ชอบปั้นมือกาวจนมือพองชาวเยอรมัน รายนี้ ก็พูดได้เต็มปากว่า “เขาทำดีที่สุดแล้ว” แม้แต่ตำนานผู้รักษาประตูของ ไอ้ปืนใหญ่ อย่าง เดวิด ซีแมน ยังออกมากล่าวชมตัวเขา ว่าเป็นผู้รักษาที่มีศักยภาพที่ยอดเยี่ยม เซฟลูกยากให้เป็นลูกง่าย รวมถึง เอียน ไรท์ ตำนานกองหน้าของทีม ยังกล่าวว่า เลโน่ ควรได้รับเครดิตมากกว่านี้ โดยยกให้เหนือกว่า ปีเตอร์ เช็ค นายทวารสัญชาติ เช็ก ที่ย้ายเข้ามาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ ในปี 2015 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีกว่าตั้งแต่เขาย้ายเข้ามาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มสุดหนึบเหมือนที่เคยทำได้กับสิงห์สำอางอีกเลย ยังไงก็ตามก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าตัวเขาจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนี้ต่อไปในช่วงสัญญาที่เหลือได้หรือไม่ แล้วก็ต้องขอบคุณ อูไน เอเมรี่ อีกครั้งที่เลือกเซ็นสัญญาผู้รักษาประตูชั้นเยี่ยมรายนี้เป็นมรดกของทีมก่อนถูกปลดออกไป

แบรนด์ เลโน่ คงกล่าวในใจว่า “ไม่ต้องปั้นกันขนาดนี้ก็ได้”

ฟอร์ม แบรนด์ เลโน่ ที่เซฟอุตลุดให้กับ “ปืนใหญ่“
8. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (Olivier Giroud)ศูนย์หน้า ฉายา “หล่อเหลา” อดีตนักเตะ ไอ้ปืนใหญ่ ย้ายร่วมทีมปี 2012
กองหน้าดีกรีแชมป์โลกสมัยล่าสุด ชาว ฝรั่งเศส ก็ติดในลิสต์นี้เช่นกัน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ในวัย 25 ปี ในขณะนั้น ย้ายมาจาก มงต์เปลลิเย่ร์ ที่เขานำทีมได้แชมป์ ลีกเอิง ฝรั่งเศส พ่วงตำแหน่งดาวซัลโว ในฤดูกาล 2011/2012 มาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ ในช่วงฤดูร้อนเมื่อปี 2012 ด้วยค่าตัว 12 ล้านยูโร ในสมัยที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือตำนานของทีมคุมบังเหียนอยู่ ชิรูด์ ในช่วงที่ค้าแข้งกับค่าย ปืนใหญ่ เขาเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าที่มีความสามารถอย่างสูงในการพักบอล ยืนค้ำในแนวรุก ต่อบอลร่วมกับแดนกลาง โหม่งเก่ง มักทำประตูสวยๆให้กับทีมได้เสมอ โดยตัวเขาได้รางวัล ปุสกัส อวอร์ด จากการทำประตูสุดสวยให้กับ ไอ้ปืนใหญ่ ในปี 2017 แต่ก็มีความเชื่องช้าและขาดความเฉียบคมในการทำประตูหลายครั้ง ชิรูด์ มักจะโดนประเมิณค่าต่ำไปจากความสามารถไปหน่อย เนื่องจากในอดีตกองหน้าของ ไอ้ปืนใหญ่ มีแต่ระดับพระกาฬทั้งนั้น รวมไปถึงกองหน้าที่สไตเกอร์ท่ายากที่ย้ายเข้ามาแทนที่ ศูนย์หน้าตัวเก่าของทีมอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ ที่ฟอร์มดีฤดูกาลเดียวก็ย้ายไป แมนฯ ยู แต่ถ้าดูจาก Stats ทั้งหมดการลงสนามทั้งหมดของตัวเขา ก็นับว่าเป็น Stats ที่ไม่เลวร้ายเลย โดยลงเล่นทั้งหมด 253 นัด ยิง 105 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนไป 41 ลูกพร้อมกัน พร้อมมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย และ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 3 สมัย พร้อมกัน ในช่วงปีหลังเขาไม่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงมากนัก ส่วนมากถูกส่งลงเป็นตัวสำรอง แต่ก็ยังทำผลงานช่วยทีมได้เสมอ ก่อนที่เดือนมกราคม ปี 2018 เขาถูกขายไปให้กับสิงห์สำอางอริร่วมเมืองลอนดอน ด้วยราคา 18 ล้านปอนด์ เป็นเวลาเกือบ 6 ปีที่กองหน้าฉายา “หล่อเหลา” ลงเล่นให้ ไอ้ปืนใหญ่ ถือว่าเขาสอบผ่านในด้านอายุการใช้งานและผลงานที่ดี แถมราคาก็ไม่แพงเลย (ช่วงนั้น ไอ้ปืนใหญ่ ไม่มีนโยบายทุ่มซื้อนักเตะในราคาแพงหรือเรียกสั้นๆว่า “ขี้เหนียว“) จึงเป็นเหตุผลที่เราเลือก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ติดอยู่ในอันดับที่ 8 ของลิสต์นี้

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (Olivier Giroud) ฉลองแชมป์ เอเอฟ คัพ ปี 2014 ซึ่งเป็นแชมป์ถ้วยนี้ในรอบ 9 ปีของสโมสร ก่อนที่จะคว้าถ้วยนี้อีกครั้งในปีถัดมาและปี 2017

รวมทุกประตูที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยิงให้กับ ไอ้ปืนใหญ่
7. ซานติ กาซอร์ล่

ซานติ กาซอร์ล่า (Santi Cazorla) มิดฟิลด์โคตรวิธี ขวัญใจชาว กันเนอร์ส
มิดฟิลด์ตัวกลางร่างเล็ก ชาวสเปน ส่วนสูง 165 เซนติเมตร ย้ายจาก มาลาก้า ทีมจากลีกสเปนมาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ ในปี 2012 หลังจากมีส่วนช่วยให้ทีมชาติสเปน คว้า แชมป์ฟุตบอลยูโร ในปีนั้น นี่คืออีกหนึ่งนักเตะการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ยอดกุนซือตำนานของทีมในขณะนั้น มิดฟิลด์ทักษะสูงรายนี้ สามารถเล่นได้ทั้ง 2 เท้า ผ่านบอลอย่างแม่นยำ ยิงไกลดีและมีความสามารถในการเล่นลูกตั้งเตะ มีวิธีและความสามารถเฉพาะตัวครบเครื่อง มีฟอร์มการเล่นที่เอาแน่เอานอนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ย้ายมาก็ยึดเป็นตัวหลักได้ตลอดและเป็นที่รักของชาว กันเนอร์ส อย่างสูง แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่งที่เขามักใช้เวลาส่วนมากไปในการรักษาอาการเดี้ยงที่ข้อเท้าอย่างเรื้อรัง จนไม่สามารถลงสนามได้ไม่หยุด โดยเฉพาะปลายปี 2016 ถึง 2017 ที่เขาได้รับการเข้าผ่าตัดข้อเท้านับ 10 ครั้ง ทำให้ไม่สามารถลงสนามให้กับ “ปืนใหญ่” ได้อีกเลย ก่อนที่ช่วงฤดูร้อนปี 2018 เขาไม่ได้รับการต่อสัญญาทีมและถูกปล่อยออกออกแบบฟรีเอเย่นต์ แต่ก็เป็นทางสโมสร บียาเรอัล สโมสรสมัยที่ตัวเขาเริ่มโด่งดัง รับตัวกลับไปค้าแข้งที่บ้านเกิด และทำผลงานได้ดีจนก้าวไปติดทีมชาติสเปนอีกครั้ง แม้มีอายุถึง 35 ปีแล้วก็ตาม แต่ยังคงค้าแข้งให้กับ “เรือดำน้ำสีเหลือง” จนถึงทุกวันนี้ ไฮไลท์ที่น่าจดจำของเขาคือ ยิงฟรีคิกใส่ ฮัลล์ ซิตี้ ไล่ตีเสมอ 1-2 ในศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ ในปี 2014 และรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในนัดชิงเอฟเอ คัพ ปี 2015 สำหรับความสำเร็จของ กาซอร์ล่า กับ ไอ้ปืนใหญ่ ตัวเขาได้สัมผัสถ้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย และ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 2 สมัยพร้อมกัน ลงสนามให้กับ ไอ้ปืนใหญ่ ทั้งหมด 180 นัด ยิงได้ 29 ประตู แอสซิสต์ให้เพื่อน 45 ลูก สาวกต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเสียดายมิดฟิลด์ชาวสเปนรายนี้เหลือเกินที่เขาต้องเดี้ยงอย่างหนัก ไม่อย่างนั้นอาจช่วยสโมสรได้สูงกว่านี้แน่นอน แต่ยังไงก็ตามมีข่าวดีให้แฟนปืนได้ชื่นใจว่าตัวเขาอยากกลับมาเล่นให้ ไอ้ปืนใหญ่ อีกครั้ง แต่อาจจะเป็นนัดพิเศษ ซึ่งผู้เขียนนับถือหัวใจของ กาซอร์ล่า ที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคกับปัญหาอาการเดี้ยงกลับมาค้าแข้งได้อีกครั้ง

ซานติ กาซอร์ล่า มุมกวนๆในการฉลองแชมป์ เอฟเอ คัพ ปี 2014

รวมโมเมนต์ของเขากับ 6 ปี ในถิ่น ไอ้ปืนใหญ่
6. นาโช่ มอนเรอัล

นาโช่ มอนเรอัล (Nacho Monreal) แบ็คซ้าย เซ็นสัญญากับ ไอ้ปืนใหญ่ วันที่ 31 มกราคม 2013
นี่คือหนึ่งแข้งที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอเยอะที่สุดในลิสต์นี้และถูกประเมินความสามารถต่ำกว่าความเป็นจริง โดยแบ็คซ้ายหน้าคล้าย ปีเตอร์ เคร้าช์ รายนี้ เซ็นสัญญามาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ ในเดือนมกราคมปี 2013 ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร จากสโมสร มาลาก้า ทีมเดียวกับ กาซอร์ล่า นั่นเอง นาโช่ มอนเรอัล ตลอดที่ลงเตะให้กับ “ปืนใหญ่” เขาทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอและเป็นหนึ่งในกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นยุคการคุมทัพของ อาร์แซน เวนเกอร์ หรือ อูไน เอเมอรี่ แม้ไม่มีความเร็วมากนัก แต่ก็มีจุดแข็งคือเกมรับที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการเข้าสกัดบอลได้เป็นอย่างดี ไล่บี้คู่แข่งไม่มีหยุด มีการสอดขึ้นมาทำประตูได้อีกด้วย ในฤดูกาลหลังๆ ตัวเขาก็ได้ลงเล่นเป็นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คจำเป็น แต่ก็ยังทำผลงานได้ดี โดยค้าแข้งกับ “ปืนใหญ่” ถึง 6 ปีครึ่ง ก่อนย้ายออกไปเล่นในลีกบ้านเกิดกับ เรอัล โซเซียดาด ในวันที่ 31 สิงหาคม 2019 ด้วยค่าตัวเพียง 250000 ยูโร เนื่องจากต้องการกลับบ้านเกิด ปิดฉากการค้าแข้งกับ ไอ้ปืนใหญ่ ด้วยอายุ 33 ปี ลงสนามทั้งหมด 251 นัด ยิงได้ 10 ประตูและแอสซิสต์ให้เพื่อน 20 ลูก โดยเป็นหนึ่งในนักเตะที่อยู่ในชุดแชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย และ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 3 สมัยพร้อมกัน ด้วยผลงานที่ดีเกินชื่อเสียงแบบนี้ นาโช่ มอนเรอัล สมควรได้รับความชื่นชมเป็นอย่างยิ่งและน่าเสียดายที่เขาน่าปิดฉากอาชีพการค้าแข้งโดยการแขวนสตั๊ดกับ ไอ้ปืนใหญ่

นาโช่ มอนเรอัล ฉลองแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2015 กับ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือที่นำเข้าแบ็คซ้ายรายนี้ร่วมทีม

ปลอกแขนกัปตันทีมก็สวมมาแล้วกับแบ็คซ้ายมากประสบการณ์รายนี้

เรื่องราวของเขากับ ไอ้ปืนใหญ่
5. แพร์ แมร์เตซัคเกอร์

แพร์ แมร์เตอร์ซัคเกอร์ (Per Martesacker) เซ้นเตอร์แบ็ค ร่างยักษ์ ย้ายมาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2011
หลังจากที่ อาร์แซน เวนเกอร์ พาลูกทีมบุกไปพ่าย ปีศาจแดง ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด อย่างหวุดหวิด(เหรอ?) ด้วยสกอร์ 2-8 ในวันที่ 28 สิงหาคม 2011 ไม่กี่วันหลังต่อไป กุนซือชาวฝรั่งเศส ได้ทำการบุกตลาดคว้านักเตะมาร่วมทีม ถึง 5 รายในวันสุดท้ายของของการซื้อขาย เพื่อผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เซ็นเตอร์แบ็ค ร่างยักษ์ส่วนสูงถึง 198 เซนติเมตร ทีมชาติเยอรมัน ที่มีอายุ 26 ปี ในขณะนั้น จากสโมสร แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยค่าตัว 11.3 ล้านยูโร โดยนับตั้งแต่ที่ย้ายเขามาก็สามารถยึดเป็นตัวหลักของแผงหลัง “ปืนใหญ่” มาโดยตลอด โดยไฮไลท์สำคัญของตัวเขาคือ การโหม่งทำประตูให้ทีมไล่ตีเสมอ วีแกน แอตแลนติก 1-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ทีมจะชนะจุดโทษ ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์พบกับ ฮัลล์ ซิตี้ และก้าวเป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ ใน ปี 2014 ได้สำเร็จ หลังต่อไปก็ติดทีมชาติเยอรมัน ชุดลุยฟุตบอลโลกปี 2014 พร้อมกับช่วยทีมชาติคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ Stats การลงสนามของตัวเขาทั้งหมดกับ ไอ้ปืนใหญ่ ลงเล่นไป 221 นัด ทำได้ 10 ประตู แอสซิสต์ให้เพื่อน 4 ลูก พร้อมเป็นหนึ่งในนักเตะที่ช่วยนำทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย และ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 3 สมัย พร้อมกัน ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดกับทีมปืนใหญ่ในปี 2018 พร้อมกับก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าอคาเดมี่ชุดเยาวชนของสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ หลังต่อไปได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้ช่วยของ เฟรดริก ลุงเบิร์ก กุนซือชั่วคราวในปลายปี 2019 เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะกลับไปรับตำแหน่งเดิม หลังจากการมาของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือคนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นอดีตผู้เล่นที่ถูกซื้อตัวเข้ามาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ ในวันเดียวกันอีกด้วย ด้วยผลงานทั้งหมดจนถึงทุกวันนี้ นี่เป็นเหตุผลที่ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ อดีตแนวรับร่างโย่งคนนี้สมควรติดในท็อปลิสต์นี้อย่างไม่ต้องสงสัย

แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ฉลองแชมป์ถ้วยเอเอฟ คัพ ปี 2017 ซึ่งเป็นแชมป์ใบสุดท้าย ก่อนที่เขาจะแขวนสตั๊ดกับทีมในปี 2018

แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ กับบทบาทหัวหน้าอเคเดมี่เยาวชนกับ ไอ้ปืนใหญ่

ประตูนี้ของตัวเขาช่วยให้ ไอ้ปืนใหญ่ ตีเสมอ วีแกน 1-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในศึก เอฟเอ คัพ ปี 2014
4. โลร็องต์ กอสซิแอลนี่

โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ (Laurent Koscielny) เซ้นสัญญาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ ปี 2010
อีกหนึ่งสุดยอดนักเตะที่ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาจากสายตาอันเฉียบคมของ อาร์แซน เวงเกอร์ โดย กอสซิแอลนี่ เซ็นสัญญาร่วมทีมปืนใหญ่ในปี วันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2010 ในวัย 24 ปี ด้วยราคาประมาณ 8.5 ล้านปอนด์ จากสโมสร ลอริยองต์ ทีมสโมสรในประเทศ ฝรั่งเศส ตั้งแต่ที่ตัวเขาย้ายมาก็ได้รับโอกาสลงเล่นพอสมควรในฤดูกาลแรก ซึ่งยังทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก โดยฝันร้ายของเขาในฤดูกาลแรกคือนัดชิง คาร์ลิ่ง คัพ (แคปปิตอล วัน คัพ ในทุกวันนี้) ตัวเขาสกัดบอลวืดในเขตโทษ จนทำให้ทีมเสียประตูและแพ้ต่อ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ อดคว้าถ้วยนี้อย่างชอกช้ำ แต่หลังต่อไปตัวเขาก็พัฒนาฟอร์มการเล่นจนก้าวกระโดดยึดเป็นกองหลังตัวหลักของทีมและติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ได้สำเร็จ พร้อมกับทำผลงานในแนวรับของปืนใหญ่ได้อย่างสม่ำเสมอ จุดเด่นของตัวเขาคือแม้จะตัวเล็กกว่าเซ็นเตอร์แบ็ครายอื่น เขาสูงเพียง 185 เซนติเมตร แต่เขามีความแข็งแกร่งในการเข้าประทะ เข้าสกัดได้อย่างแม่นยำ เล่นลูกโหม่งได้ดีและสามารถทำประตูให้กับทีมได้อีกด้วย แนวรับดูอุ่นใจมากขึ้นเมื่อมีเข้ายืนอยู่ในตำแหน่งนี้เสมอ มีส่วนช่วยให้ทัพปืนใหญ่คว้าแชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัยและเอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 3 สมัย โดยเฉพาะนัดชิง เอฟเอ คัพ ในปี 2014 ตัวเขาทำประตูตีเสมอให้กับทีมได้สำเร็จ ก่อนในช่วงต่อเวลาพิเศษจะสามารถเบียดชนะ ฮัลล์ ซิตี้ คว้าแชมป์ได้มาครองได้สำเร็จ แต่ในช่วงฤดูกาลท้ายๆที่เขาอยู่กับทีม ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น เขามักมีปัญหาอาการเดี้ยงคอยรบกวน โดยเฉพาะนัดที่เขาช่วยทีมบู๊กับสโมสร แอตเลติโก มาดริด ในศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก เขาได้รับเดี้ยงหนักปิดเทอมยาวจนพลาดมีชื่อติดทีมชาติฝรั่งเศสไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2018 ซึ่งปีนั้นฝรั่งเศสสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ผลงานการลงสนามของ กอสซิแอลนี่ ลงเล่นทั้งหมด 353 นัด ทำประตูไป 27 ประตูและแอสซิสต์ให้เพื่อน 5 ลูก ก่อนที่จะย้ายแบบงงๆฉีกเสื้อปืนใหญ่กลับบ้านเกิดไปกับสโมสร บอร์กโดซ์ ปิดฉากการค้าแข้งกับไอ้ปืนใหญ่ที่ 9 ปี โดยรวมถือว่า โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ คุ้มค้าอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะก่อนที่เขาจะย้ายมากองเชียร์ต่างถามว่าหมอนี่คือใครกัน แต่จากผลงานทั้งหมดแล้วถูกคนต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็คชั้นเยี่ยมที่เคยมีมาของสโมสร ไอ้ปืนใหญ่

โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ฤดูกาลสุดท้ายของเขากับไอ้ปืนใหญ่ ปี 2019

เรื่องราวทั้งหมดของเขาในสีเสื้อ ไอ้ปืนใหญ่
3. อเล็กซิส ซานเชส

อเล็กซิส ซานเชส (Alexis Sanchez) เซ็นสัญญาร่วมทีม ไอ้ปืนใหญ่ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2014
สตาร์ที่ถูกเซ็นเข้ามาเป็นรายที่ 2 หลังจากการเปลี่ยนนโยบายการเสริมทัพนักเตะในยุคของ อาร์แซน เวงเกอร์ ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ จาก บาร์ซ่า ในวัย 25 ปี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2014 ตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาเขาก็เป็นตัวหลักทางด้านกราบซ้ายในแนวรุกของทีม พร้อมกับโชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจาดสะใจจนเป็นขวัญใจ เดอะ กันเนอร์ส อย่างรวดเร็ว นัดไหนขาดเขาเหมือนขาดใจ เขาเล่นเข้าขากับ เมซุต โอซิล เพย์เมกเกอร์ของทีมเป็นอย่างมาก ผลงานฤดูกาลแรกสุดปังเป็นอย่างมาก ทั้งยิงทั้งจ่ายช่วยทีมแบกทีมจนหลังหักได้หลายต่อหลายนัด จนทำให้ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ Premier League เมืองผู้ดีประจำฤดูกาลปี 2014/2015 จากการโหวตของกองเชียร์ ในช่วงที่เขาค้าแข้งกับปืนใหญ่ ผลงานส่วนตัวกับทีมชาติชิลี เขานำทีมชาติบ้านเกิดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2 ปีติดในปี 2015 และ 2016 หลังต่อไปฤดูกาลต่อๆมาเขาก็ลงเล่นและโชว์ฟอร์มได้ดี เป็นความหวังกับทีมมาโดยเสมอ โดยความสำเร็จของตัวเขากับ ไอ้ปืนใหญ่ เขานำทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัยและ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 3 สมัย ในฤดูกาลปี 2016/2017 เขาทำประตูในลีกถึง 24 ประตูรั้งตำแหน่งอันดับ 3 จากดาวซัลโวสูงสุดในปีนั้น ก่อนที่เดือนมกราคมปี 2018 ด้วยความที่ตัวเขาเป็นคนมุ่งมั่นและต้องการประสบความสำเร็จที่ “ปืนใหญ่” ให้เขาไม่ได้ จึงตัดสินใจย้ายตัวไปร่วมทีมอริอย่าง ปีศาจแดง สลับขั้วกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ซึ่ง อเล็กซิส ซานเชส ที่สาวกปืนใหญ่ในประเทศไทย ตั้งชื่อฉายาว่า “ชายน้อย” ก็ได้ประสบความสำเร็จอย่างตั้งใจ โดยการได้เป็นนักเปียโนมืออาชีพ อย่างที่ได้เห็นกัน อเล็กซิส ซานเชส ฝากผลงานการลงสนามกับ ไอ้ปืนใหญ่ ตะบันประตู 80 ประตูกับแอสซิสต์ให้เพื่อน 45 ลูก จากการลงสนามทั้งหมด 166 นัด ผลงานของเขา 4 ปี กับ ไอ้ปืนใหญ่ นับว่าคุ้มค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างยิ่ง เสียดายถ้าหากเขายังค้าแข้งอยู่กับปืนใหญ่ เขาจะติดอันดับที่ 1 ของลิสต์นี้อย่างแน่นอน

ตัวเขาเป็นคนสำคัญที่พาปืนใหญ่ คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ 2 สมัย
รวมทุกประตูที่เขาทำได้กับไอ้ปืนใหญ่
2. เมซุต โอซิล

เมซุต โอซิล(Mesut Ozil) และ อาร์แซน เวงเกอร์ (Arsene Wenger) ในปี 2013
Photo : Mirror
นักเตะผู้นี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนโนบายในใช้งบประมาณการทุ่มซื้อนักเตะของ ไอ้ปืนใหญ่ จากการเซ็นสัญญานักเตะรายนี้ของ อาร์แซน เวงเกอร์ โดย เมซุต โอซิล ย้ายจาก ราชันชุดขาว มาอยู่กับ ไอ้ปืนใหญ่ ด้วยค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ ด้วยวัย 24 ปี ในขณะนั้น ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะช่วงฤดูร้อนปี 2013 เป็น Stats ค่าตัวสูงสุดของปืนใหญ่ในเวลานั้น ซึ่งการย้ายมาของเขาเป็นที่ฮือฮาในวงการฟุตบอลของทั่วโลกเป็นอย่างมาก จนได้รับนิยามว่า “ตัวเดียวเสียวทั้งลีก” เพียงแค่ฤดูกาลแรกเขาก็เป็นแรงขับเคลื่อนพาให้ทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จซึ่งเป็นแชมป์แรกที่ได้รอบเกือบ 10 ปีของสโมสรอีกด้วย แถมผลงานส่วนตัวกับทีมชาติ เขาคือ 1 ใน 23 นักเตะ ที่นำทีมชาติ เยอรมัน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างยิ่งใหญ่ในไป 2014 ด้วยสายตาอันแหล่มคมและทักษะการจ่ายบอล เขาสามารถช่วยทีมได้อย่างเรื่อยๆและมีพลังแฝงที่ทำให้นักเตะหลายคนในทีมมีความกระตือรือร้นที่จะโชว์ฟอร์มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอล Premier League   England  ฤดูกาลที่ 2015/2016 ตัวเขาแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้ถึง 19 ลูก โดยเขามี Stats แอสซิตส์ 50 ลูกไวที่สุดใน Premier League ก่อนที่จะโดน เควิน เดอ บรอยน์ ตัวรุก เรือใบสีฟ้า ทำลาย Stats นี้ลงได้ แต่ก็อย่างที่เห็นกันว่าเขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มสม่ำเสมอให้กับทีมได้เท่าไหร่ บทจะเด่นก็เด่นมาก บทจะจางก็หายไปจากเกมดื้อๆเสียอย่างนั้น แถมช่วงในยุคการคุมทัพของอูไน เอเมอรี่ กุนซือชาวสเปน ขวัญใจชาวพลพรรคปืนใหญ่ ตัวเขาก็โดนดรอปยังไง้เหตุผลอยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่จะได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอย่างเรื่อยๆในการรักษาการคุมทัพของ เฟดริก ลุงเบิร์ก และการกลับมาของ มิเกล อาร์เตต้า ในบทบาทกุนซือ อดีตเพื่อนร่วมทีมของ โอซิล นั่นเอง ผลงานทั้งหมดของเขาตั้งแต่ย้ายมาจนถึงนัดล่าสุดลงเล่นทั้งหมด 254 นัด ยิงไป 44 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู 72 ลูกพร้อมกัน แม้ว่าว่าฟอร์มของเขาจะไม่เสมอต้นเสมอปลายและในทุกวันนี้อายุ 31 ปีเข้าไปแล้ว แต่การที่ โอซิล ย้ายเข้ามา เขาได้เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมอย่างมากมาย เช่น การมีส่วนที่ทำให้ดึงดูดนักเตะชื่อดังย้ายเข้ามาร่วมทีมได้อีกและการเปลี่ยนแปลงนโยบายซื้อนักเตะจากแต่ก่อนที่ ไอ้ปืนใหญ่ มักซื้อนักเตะเกรดกลางและดาวรุ่ง แถมชอบเซ็นนักเตะฟรี ไม่ยอมทุ่มซื้อนักเตะราคาแพงมาร่วมทีม และตัวเขาแม้ว่าจะโดนกองเชียร์ดุด่าในยามที่ฟอร์มไม่ดี แต่ก็ไม่มีท่าทีที่ตอบโต้สาวกด้วยความก้าวร้าวและดูตัวเขาจะรักสโมสรแห่งนี้เป็นอย่างมาก (เพราะค่าเหนื่อย 350000 ปอนด์หรือไม่ ตรงนี้ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจนัก) ด้วยเหตุผลนี้เราจึงยกให้ เมซุต โอซิล เพย์เมกเกอร์หน้าง่วงขวัญใจเบอร์ 1 ของเหล่าสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” อยู่อันดับ 2 ของลิสต์นี้

ท่าดีใจในการทำประตูได้อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเขา ที่ทำมือรูปตัว “M” ที่มาของท่าดีใจนี่คือเขาอุทิศประตูนี้ให้กับหลานสาวชื่อ มีร่า (Mira) ลูกสาวของน้องชายนั่นเอง

รวมผลงานการ 72 แอสซิสต์ของตัวเขากับไอ้ปืนใหญ่
1. ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง (Pierre-Emerick Aubameyang) มรดกคนสุดท้ายที่ อาร์แซน เวงเกอร์ เซ็นร่วมทีม
Photo : Independent
โคตรกองหน้าสัญชาติ กาบอง ย้ายจาก “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มีดีกรียิงประตูในลีก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในฤดูกาล 2016/2017 ไปถึง 31 ประตู ก่อนย้ายมายังถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 31 มกราคม ปี 2018 ด้วยค่าตัวร่วม 64 ล้านยูโร ด้วยวัย 28 ปี เป็น Stats สูงสุดของสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ ถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญานักเตะคนสุดท้ายของ อาร์แซน เวงเกอร์ ก่อนที่เขาจะอำลาทีมไปเมื่อจบฤดูกาลนั้น “โอบา” ย้ายเข้ามาเริ่มตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าของทีม เป็นตัวสำคัญของสโมสรอย่างที่สุด ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวนานก็พร้อมโชว์ฟอร์มยิงกระจายให้กับทีมได้เป็นกอบเป็นกำและยึดตัวหลักให้กับปืนใหญ่ได้อย่างสม่ำเสมอ มีความเร็วและความเฉียบคมในการทำประตูอย่างมาก เป็นดาวเตะตัวความหวังและขวัญใจของสโมสรได้อย่างรวดเร็ว โดยหลังๆเขาโยกเป็นตัวรุกริมเส้นในด้านซ้ายพร้อมสลับไปเล่นตรงกลางและทางริมเส้นด้านขวา แต่ก็สามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดีไม่มีบกพร่องจนถึงทุกวันนี้ เป็นนักฟุตบอลที่ขาดไม่ได้ที่สุดในแนวรุกของทีมปืนใหญ่ โดยผลงานทั้งหมดของเขาตั้งแต่ย้ายมาจนถึงทุกวันนี้ ลงเล่นทั้งหมด 97 นัด ยิงได้ถึง 61 ประตูและแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู 13 ลูก โอบาเมย็อง มี Stats เป็นนักฟุตบอล ไอ้ปืนใหญ่ ที่ยิง 7 ประตูใน Premier League  7 เกมแรกของซีซั่น นับตั้งแต่ เดนนิส เบิร์กแคมป์ อดีตศูนย์หน้าตำนานของทีมทำได้ในฤดูกาล 1997/1998 ในยุคทุกวันนี้ไม่มีกองหน้าคนไหนยิงประตูให้กับทีมได้เยอะกว่า “โอบา” อีกเลย ผลงานฤดูกาล 2018/2019 ตัวเขาก็ได้รับรางวัลดาวซัลโวสูงสุดทำได้ 22 ประตู ร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ของหงส์แดง โอบาเมย็อง ทุกวันนี้อายุ 30 ปีแล้ว โดยขณะนี้เขารับปลอกแขนเป็นกัปตันทีมของไอ้ปืนใหญ่ ยังไม่สามารถนำทีมคว้าแชมป์ได้เลยนับตั้งแต่ย้ายมา ทำดีที่สุดคือเป็นรองแชมป์ ยูโรป้าลีก ในปี 2019 เหลือสัญญากับปืนใหญ่ แค่ปี 2021 เท่านั้นและขณะนี้มีแต่ข่าวลือการย้ายออกจากทีมของตัวเขาไม่เว้นแต่ละวัน เหล่าสาวก เดอะ กันเนอร์ส ได้แต่ภาวนาว่าอยากให้เขาต่อสัญญาอยู่โยงอย่างน้อยสัก 2 ปี เพราะถ้าหากเขาตัดสินใจอำลาทีม ความเฉียบคมและประสิทธิภาพในแนวรุกของทีมลดหวบลงอย่างแน่นอน เพราะหากจะกล่าวถึง อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ศูนย์หน้าของทีมอีก 1 ราย ก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่ดีเทียบเท่าได้และมีข่าวจะย้ายทีมออกไปอีกเหมือนกัน แถมกำลังใจของผู้เล่นในทีมก็น่าจะห่อเหี่ยวอยู่ไม่น้อยเมื่อสตาร์ดังรายนี้ย้ายออกไป เพราะสถานการณ์โดยรวมของทีมขณะนี้ไม่ได้อยู่อันดับท็อปของลีกอีกต่อไปแล้ว ด้วยผลงานทั้งหมดของตัวเขาที่ทำได้กับปืนใหญ่ ทำให้ โอบาเมย็อง อยู่อันดับที่ 1 ของลิสต์นี้อย่างสมศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง

ลีลาการฉลองของ โอบาเมย็อง ในการสวมใส่หน้ากาก Black Panther หนึ่งตัวละครดังของ Marvel

รวม 61 ประตู ที่ โอบาเมย็อง ยิงให้กับ ไอ้ปืนใหญ่ ได้ในทุกวันนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *